วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2550

วันออกพรรษา

พิธีตักบาตรเทโว วัดสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ที่ขบวนพระภิกษุพากันเดินขบวนลงมาจากบนเขา

โดยมีพุทธศาสนิกชนมาใส่บาตรเชิงตามบันได


วันออกพรรษา

คือวันสิ้นสุดระยะการจำพรรษา หรือออกจากการอยู่ประจำที่ในฤดูฝนซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ วันออกพรรษานี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คำว่า"ปวารณา"แปลว่า "อนุญาต" หรือ "ยอมให้" คือ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ด้วยกัน ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในข้อที่ผิดพลั้งล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ด้วยกัน ในวันออกพรรษานี้กิจที่ชาวบ้านมักจะกระทำก็คือ การบำเพ็ญกุศล เช่น ทำบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระที่วัด และฟังพระธรรมเทศนา ของที่ชาวพุทธนิยมนำไปใส่บาตรในวันนี้ก็คือ ข้าวต้ม มัดไต้ และข้าวต้มลูกโยน และการร่วมกุศลกรรมการ "ตักบาตรเทโว" คำว่า "เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน" แปลว่าการเสด็จจากเทวโลกการตักบาตรเทโว จึงเป็นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรด พระพุทธมารดาในเทวโลก ประเพณีการทำบุญกุศล เนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทย ก็มีพิธีเหมือนกันหมด จะผิดกันก็เพียงแต่สถานที่ ที่สมมติว่าเป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เท่านั้น กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา

๑. ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ

๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา

๓. ร่วมกุศลธรรม "ตักบาตรเทโว"

๔. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการและ ประดับธงชาติและธงธรรมจักรตามวัดและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา

๕. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มีนิทรรศการ การบรรยาย หรือ บรรยายธรรม เกี่ยวกับวันออกพรรษาฯลฯ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป


























วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2550

เทศกาลกินเจ

ขบวนแห่ร่างทรงเทพเจ้า พบได้บ่อยๆในเทศกาลกินเจ

ประเพณีการกินเจกำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือเริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนทุกๆ ปี รวม 9 วัน 9 คืน มีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนมานานแล้ว โดยมีตำนานเล่าขานกันหลายตำนาน


ตำนานการกินเจ

ตำนานที่1
1500 ปีมาแล้ว มณฑลกังไสเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองมาก ฮ่องเต้เมืองนี้มีพระราชโอรส 9 พระองค์ซึ่งเป็นเลิศทั้งบุ๋นและบู๊จึงทำให้หัวเมืองต่างๆ ยอมสวามิภักดิ์ ยกเว้นแคว้นก่งเลี้ยดที่มีอำนาจเข้มแข็งและมีกองกำลังทหารที่เหนือกว่า ทั้งสองแคว้นทำศึกกันมาถึงครั้งที่ 4 แคว้นก่งเลี้ยดชนะโดยการทุ่มกองกำลังทหารที่มีทั้งหมดที่มากกว่าหลายเท่าตัวโอบล้อมกองทัพพระราชโอรสทั้งเก้าไว้ทุกด้าน แต่กองทัพก่งเลี้ยดไม่สามารถบุกเข้าเมืองได้จึงถอยทัพกลับ
จนวันหนึ่งชาวกังไสเกิดความแตกสามัคคีและเอาเปรียบกัน เทพยดาทราบว่าอีกไม่นานกังไสจะเกิดภัยพิบัติจึงหาผู้อาสาช่วยแต่ชาวบ้านจะพ้นภัยได้ก็ต่อเมื่อได้สร้างผลบุญของตนเอง ดวงวิญญาณพระราชโอรสองค์โตรับอาสาและเพ่งญาณเห็นว่าควรเริ่มที่บ้านเศรษฐีใจบุญ ลีฮั้วก่าย
คืนวันหนึ่งคนรับใช้แจ้งเศรษฐีลีฮั้วก่ายว่ามีขอทานโรคเรื้อนมาขอพบเศรษฐีจึงมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นค่าเดินทาง แต่ขอทานไม่ไปและประกาศให้ชาวเมืองถือศีลกินเจเป็นเวลา 9 วัน 9 คืนผู้ใดทำตามภัยพิบัติจะหายไป เศรษฐีนำมาปฏิบัติก่อนและผู้อื่นจึงปฏิบัติตามจนมีการจัดให้มีอุปรากรเป็นมหรสพในช่วงกินเจด้วย
เล่าเอี๋ยเกิดศรัทธาประเพณีกินเจของมณฑลกังไสจึงได้ศึกษาตำราการกินเจของเศรษฐีลีฮั้วก่ายที่บันทึกไว้ แต่ได้ดัดแปลงพิธีกรรมบางอย่างให้รัดกุมยิ่งขึ้นและให้มีพิธียกอ๋องส่องเต้ (พิธีเชิญพระอิศวรมาเป็นประธานในการกินเจ)

ตำนานที่ 2

ชายขี้เมานามว่า เล่าเซ็ง เข้าใจผิดคิดว่าแม่ตนตายไปเพราะเป็นโรคขาดสารอาหาร จนคืนหนึ่งแม่ได้มาเข้าฝันบอกว่า แม่ตายไปได้รับความสุขมากเพราะแม่กินแต่อาหารเจและตอนนี้แม่อยู่บนเขาโพถ้อซัว ตั้งอยู่บนเกาะน่ำไฮ้ ในมณฑลจิ๊ดเจียงถ้าลูกอยากพบแม่ให้ไปที่นั่น
ครั้นถึงเทศกาลไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิมที่เขาโพถ้อซัว เล่าเซ็งอยากไปแต่ไปไม่ถูกจึงตามเพื่อนบ้านที่จะไปไหว้พระโพธิสัตว์ เพื่อนบ้านเห็นเล่าเซ็งสัญญาว่าจะไม่กินเหล้าและเนื้อสัตว์จึงให้ไปด้วย ระหว่างทางเดินสวนกับคนขายเนื้อเล่าเซ็งลืมสัญญาที่ให้ไว้เพื่อนบ้านก็หนีไป โชคดีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านมาและต้องการไปไหว้พระโพธิสัตว์เล่าเซ็งจึงขอตามนางไป
เมื่อถึงเขาโพถ้อซัวขณะที่เล่าเซ็งก้มลงกราบไหว้พระโพธิสัตว์นั้น เขาเห็นแม่ลอยอยู่เหนือกระถางธูปที่คนอื่นมองไม่เห็น ขณะเดินทางกลับเขาได้แยกทางกับหญิงสาวและได้พบเด็กชายคนหนึ่งยืนร้องไห้อยู่จึงเข้าไปถามไถ่ได้ความว่าเป็นลูกของเขากับภรรยาที่เลิกกันไปนานแล้ว เขาจึงพาไปอยู่ด้วยแล้ววันหนึ่งหญิงสาวที่นำทางไปเขาโพถ้อซัวมาขออาศัยอยู่ด้วย ทั้งสามอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
หญิงสาวผู้นั้นเป็นสาวบริสุทธิ์ประพฤติตนเป็นคนดีอยู่ในศีลธรรมและถือศีลกินเจอยู่เนืองนิตย์ นางรู้ว่าใกล้ถึงวันตายของนางแล้วจึงบอกเล่าเซ็ง เมื่อถึงวันนั้นนางอาบน้ำแต่งตัวด้วยอาภรณ์ที่ขาวสะอาดแล้วนั่งสักครู่ก็สิ้นลม เล่าเซ็งเห็นการจากไปด้วยดีของนางคล้ายกับแม่จึงเกิดศรัทธายกสมบัติให้ลูกชายแล้วประพฤติตนใหม่ เมื่อตายไปจะได้บังเกิดผลเช่นเดียวกับแม่และหญิงสาวและประเพณีกินเจจึงเริ่มขึ้น






วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ทายใจ อาหารเจกัน
ต้มจับฉ่าย : ผู้ที่ชื่นชอบต้มจับฉ่าย แสดงว่ามีความสามารถหลายด้าน สติปัญญาดี ขยันรอบรู้และหาประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ คิดแล้วทำด้วยตัวเอง เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายความสำเร็จของชีวิตที่มั่นคง ภายนอกมองดูสุขุมเยือกเย็น เอื่อยเฉื่อย แต่งกายแลดูสบายๆ แต่ภายในใจลึกๆ แล้วโหยหาความรักความอบอุ่น รักการดูแลสุขภาพ เปิดเผย เชื่อมั่น เป็นตัวของตัวเอง มีมานะพยายาม ขยันหมั่นเพียร มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ชอบการประนีประนอม มีมนุษยสัมพันธ์ดี รู้จักเลือกใช้งานคนอื่นได้ดี และก็ได้รับความนิยมยกย่องจากสังคม เป็นที่ปรึกษาที่ดีของผู้อื่นอีกด้วย

มะเขือยาวผัดเต้าเจี้ยว : ผู้ที่ชื่นชอบมะเขือยาวผัดเต้าเจี้ยว แสดงว่า มีความสุขุม ชอบเก็บตัว อาจจะทำอะไรแปลกๆ ทุ่มเทให้การงาน เสียสละ มีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่นที่อ่อนด้อยกว่าตน มีความกล้าอย่างมีเหตุผล รับผิดชอบ มีสติปัญญาประสาทสัมผัสดีไวต่อความรู้สึก มักจะชอบทำอะไรให้สำเร็จไปโดยไม่ชอบให้คั่งค้าง จริงจังตรงไปตรงมาแบบขวานผ่าซาก อาจจะซ่อนอารมณ์ความรู้สึกภายใน อาจจะชอบเก็บตัวและดูเป็นคนเก็บกดไปก็ได้ ชอบฟังเพลงหรือเฮฮาแบบแปลกๆ ก็ได้ อาจพอใจกับการอยู่เงียบๆ คนเดียว คิดมาก ชอบวิตกกังวล อารมณ์อ่อนไหวง่ายแต่อาจจะซ่อนอยู่ภายใน

ผัดหมี่ซั่ว : ผู้ที่ชื่นชอบผัดหมี่ซั่ว แสดงว่า มีแรงบันดาลใจ รักศรัทธา เชื่อมั่น มีศิลปะเสียงเพลงอยู่ในหัวใจ มีอุดมการณ์อย่างสร้างสรรค์ บากบั่น อดทน ตรงไปตรงมา รักความถูกต้อง ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับบัญชาใคร สามารถแก้ไขปัญหาด้วยความนุ่มนวล อาจชอบทำบางอย่างแปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใคร จนทำให้คนรอบข้างทึ่งไปตามๆ กัน อาจเข้าไปวุ่นวายในชีวิตคนอื่นในลักษณะของคนเจ้าระเบียบ มีกฎเกณฑ์ จุกจิกจู้จี้ไปบ้างก็เพราะหวังดี อาจมีอารมณ์อ่อนไหว วิตกกังวล ใจร้อน โกรธง่ายและหายเร็ว หรือเก็บความรู้สึกอยู่คนเดียว ในเรื่องความรัก ก็อย่าหวั่นไหวกับสังคมภายนอกให้มากนัก

ห่านพะโล้เจ : ผู้ที่ชื่นชอบพะโล้เจ แสดงว่า คุณมีจิตนาการ มีเสน่ห์ อ่อนหวานนุ่มนวล รักความสวยงาม โรแมนติก รสนิยมดี มีดนตรีอยู่ในหัวใจ น่ารัก น่าสนใจ มีคำพูดที่จูงใจคนเก่ง บางครั้งอาจดื้อรั้นไปบ้าง แต่สามารถเอาตัวรอดพ้นจากปัญหาที่วุ่นวายได้ดี มีกำลังใจมุ่งมั่นให้ตนประสบชัยชนะอย่างสมปรารถนา และมีความภูมิใจในคุณค่าของตน ชอบการแสวงหาความรู้สิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องลึกซึ้งทางปรัชญาหรือลี้ลับ ส่วนเรื่องความรักคุณกลัวการโดดเดี่ยวและกลัวการขาดความรักความอบอุ่นมาก จะอ่อนไหวมากและพร้อมที่จะระเบิดเมื่อเจอคนถูกใจ

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2550

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550

Chien
Le chien (Canis lupus familiaris) est un mamifère domestique de la famille des canidés, proche du loup. Le chien n'est plus, pour le moment, considéré comme une espèce à part entière mais comme une sous-espèce de Canis lupus. Chien et loup sont ainsi de même espèce. Les anciennes appellations scientifiques du chien, Canis canis ou encore Canis familiaris, ne sont donc plus d'actualité.
C'est aussi une appellation pour plusieurs autres espèces de canidés de type Atelocynus
et Speothos, voire de rongeurs du genre Cynomys (chien de prairie
).
La femelle du chien s'appelle la chienne et un jeune chien est appelé un chiot. Le chien glapit, jappe ou aboie.
Il existe de nombreuses races
de chiens. Environ les trois quarts de celles reconnues sont très anciennes et issues de la sélection naturelle sur la morphologie, combinée à une sélection artificielle sur le comportement (exemples : Husky sibérien, Berger deBrie). Le dernier quart est issu d'une sélection artificielle récente (exemples : Berger allemand, Golden Retriever
) ; ces dernières sont souvent les plus populaires car modelées à la convenance de l'homme.

สุนัข หรือ หมา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Canidae ออกลูกเป็นตัว ลำตัวมีขนปกคลุม มีเขี้ยว 2 คู่ ตีนหน้า มี 5 นิ้ว ตีนหลังมี 4 นิ้ว ซ่อนเล็บไม่ได้ อวัยวะเพศของตัวผู้มีกระดูกอยู่ภายใน 1 ชิ้น ที่ยังคงเป็นสัตว์ป่า เช่น หมาใน (Cuon alpinus) ที่เลี้ยงเป็นสัตว์บ้าน คือ ชนิด Canis familiaris สุนัขเป็นสัตว์ที่มีหลายพันธุ์ เช่น ลาบราดอร์, โกลเด้น, ชิวาวา และอีกมากมาย มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ดุและไม่ดุ พันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น โกลเด้น ลาบราดอร์ ที่มีขนาดเล็ก เช่น ชิวาวา ชิสุ ส่วนที่ดุ ได้แก่ ร็อดไวเลอร์ อัลเซเชียน สุนัขแต่ละพันธุ์จะมีนิสัยแตกต่างกัน

มอลทีส (MALTESE)
สุนัข MALTESE มีถิ่นกำเนิดในประเทศ MALTA (แถบทะเลเมอร์ดิเตอริเนียน) มานานเกือบ 2800 ปีแล้ว นักเขียนหรือนักวาดภาพในสมัยโบราณมักนิยมเขียนเรื่องราวหรือภาพของสุนัขพันธุ์นี้อยู่เนืองๆ และเป็นที่นิยมเลี้ยงของผู้คนสมัยนั้น และจนกษัตริย์อียิปต์โบราณและ QUEEN VICTORIA ด้วย MALTESE เป็นสุนัขที่มีขนมีขาวสะอาดมีสุขภาพดี คล้ายสุนัขใหญ่กลุ่ม SPANIEL ในปี ค.ศ. 1607 มีการซื้อขายพันธุ์ MALTESE ตัวหนึ่งสูงถึง 2000 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 50000 บาท