skip to main |
skip to sidebar
โรบอตบอย เรื่องย่อ ศจ.ชิโม่นักประดิษฐ์ผู้เก่งกาจได้ทำการสร้างสิ่งประดิษฐ์ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ตัวใหม่สำเร็จ แต่ด้วยเกรงว่ามันจะเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติถ้าวายร้ายดร.คามิคาเซ่ได้มันไป เมื่อเด็กชายทอมมี่ เทิร์นบูล แฟนพันธ์แท้ของเขาส่งจดหมายมาหา เขาจึงตัดสินใจส่งหุ่นตัวใหม่ไปให้กับทอมมี่ ให้หุ่นตัวนั้นยู่ท่ามกลางเด็กทั่วๆไปและให้ทอมมี่สอนหุ่นตัวนั้นให้เรียนรู้เป็นเด็กผู้ชาย เป็นโรบอตบอย(หุ่นยนต์เด็กชาย)ที่แท้จริง ตัวละครหลัก
โรบอตบอย
โรบอตบอยเป็นหุ่ยนต์ของศจ.โมชิโม่และถูกส่งไปให้ทอมมี่ดูแลเพื่อที่จะเป็นเด็กผู้ชายที่แท้จริง โดยปกติโรบอตบอยเป็นห่นที่น่ารักและสุดแสบ แต่เมื่อใดก็ตามที่ทอมมี่ตกอยู่ในอันตรายหรือทอมมี่สั่งการผ่านนาฬิกาเขาจะเปลี่ยนโหมดเป็นซูเปอร์แอคทิเวชั่นและจะกลายเป็นเครื่องจักรทำลายล้าง ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ดร.คามิคาเซ่ต้องการตัวโรบอตบอย โรบอตบอยเป็นหุ่นที่อ่อนต่อโลกและเขาต้องเรียนรู้เรื่องต่างๆจากทอมมี่มากมาย โรบอตบอยทำงานได้ด้วยถ่านไฟฉายสองก้อนและต้องชาร์จพลังงานเป็นบางครั้งบางคราว นอกเหนือจากตัวละครหลักและวายร้ายแล้ว ไม่มีใครรู้จักโรบอตบอยเลย
ทอมมี่ เทิร์นบูล
เด็กชายหัวเหลี่ยมอายุ 10 ปี เขาเป็นแฟนพันธ์แท้ของศจ.โมชิโม่และได้รับโรบอตบอยให้มาอยู่กับเขา ซึ่งต้องคอยดูแลไม่ให้ดร.คามิคาเซ่จับตัวโรบอตบอยและพยายามสอนเรื่องต่างๆให้กับโรบอตบอย ทอมมี่เป็นเด็กฉลาดและชอบหุ่นยนต์และซูเปอร์ฮีโร่ "ยอดมนุษย์กำปั้น" เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป
ออกัสตัส "กัส" "จี-แมน" บาคแมน เทอร์เนอร์
กัสเป็นเด็กอ้วนอายุ 10 ปี นิสัยเซ่อซ่า ชอบกินขนมหวาน ขี้โอ่และหลงตัวเอง เขาเป็นเพื่อนกับทอมมี่และมักไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอๆ ครอบครัวของกัสเป็นครอบครัวที่ยึดถือธรรมเนียมแบบเก่า (เช่น ไม่ใช่ไฟฟ้า) กัสมักเป็นตัวโจ้กของเรื่องและหาเรื่องยุ่งใส่ตัวเสมอๆ
โลล่า มโบล่า
เด็กหญิงอายุ 10 ปี เธอเป็นเพื่อนกับทอมมี่และแอบชอบเขา พ่อของโลล่าเป็นทูตจากแอฟริกา เธอมักทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ทอมมี่สนใจในตัวเธอ
ศาสตราจารย์โมชิโม่
ศจ.โมชิโม่นักประดิษฐ์หุ่นยนต์ เขาเป็นผู้ประดิษฐ์โรบอตบอยและได้มอบโรบอตบอยให้กับทอมมี่ เขาอาศัยอยู่ในห้องทดลองลับแถบขั้วโลกและมีคู่หมั้นชื่อมิวมิว
ดร.คามิคาเซ่
นักวิทยาศาสตร์ตัวแสบ เขาต้องการที่จะครอบครองโรบอตบอยทุกวิถีทางเพื่อครองโลกนี้ ในแต่ละตอนดร.คามิคาเซ่จะต้องสร้างหุ่นวายร้ายใหม่ๆเข้ามาจัดการโรบอตบอยเสมอๆ
คอนสแตนติน
เป็นผู้ช่วยผู้ซื่อสัตย์ของดร.คามิคาเซ่ มักยอมให้ดร.คามิคาเซ่จิกหัวใช้เสมอๆ เขาชอบทำอาหาร
ตัวละครรอง
แบมบี้
เด็กผู้หญิงที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ในโรงเรียน ทอมมี่แอบชอบเธอ
เคิร์ท
เด็กเกเรแถวบ้านทอมมี่ เขามีลูกน้องสองคนชื่อ สตู กับ ออกี้ เขาเป็นแฟนกับแบมบี้
โรบอตเกิร์ล
ผลงานของศจ.โมชิโม่ที่มีลักษณะคล้ายๆกับโรบอตบอย เธอต่างจากโรบอตบอยตรงสีและและสวมกระโปรง เธอมีซูเปอร์แอคทิเวชั่นเช่นเดียวกับโรบอตบอย เธอปรากฏตัวมาเพียงตอนเดียวเท่านั้น
วายร้ายคนอื่นๆ
โปรโตบอย
ผลงานก่อนหน้าโรบอตบอยของศจ.โมชิโม่ โปรโตบอยถูกส้รางสำหรับการรบทำให้มีจิตใจที่โหดร้ายและนิสัยก้าวร้าว เขาปรากฏตัวในตอน Brother และบอกโรบอตบอยว่าเขาเป็นพี่ชายของโรบอตบอย
มหากาฬ 17
ลูกน้องของคามิคาเซที่เชี่ยวชาญการปลอมตัว เขาได้รับภารกิจให้ปลอมตัวเป็นทอมมี่แล้วเข้าไปเอาตัวโรบอตบอยมา ในตอนท้ายของตอนเขาก็ถูกโรบอตบอยจับได้เพราะเครา
โรบอตแมน
ผลงานต่อมาของโรบอตบอยของศจ.โมชิโม่ โรบอตแมนเป็นหุ่นทีมี่ความคิดและการทำงานเหมือนผู้ใหญ่
ผู้การยากิโทริ
เป็นจอมวายร้ายที่มีผิวหนังเป็นหุ่นยนต์ เขาท้าแข่งกับดร.คามิคาเซ่เพื่อชิงโรบอตบอย
บจอร์น บจอร์นสัน
เด็กอัจฉริยะผู้อิจฉาผลงานของศจ.โมชิโม่ และได้สร้างหุ่น "บจอร์นบอต" ซึ่งมีพลังและความสามารถเทียบเท่าโรบอตบอย
พ่อของเคิร์ท
เป็นสายลับของรัฐบาลที่ต้องการเปิดเผยตัวตนของโรบอตบอยและโคลนนิ่ง
ไวน์ของฝรั่งเศสองค์ประกอบหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ในงานเลี้ยงฉลอง ก็คือเครื่องดื่ม สำหรับชนิดไร้แอลกอฮอล์หรือซอฟต์ดริงก์ ( Soft drink ) นั้นไม่เป็นปัญหา เพราะโดยมากฝ่ายจัดเลี้ยงจะคิดรวมไปในค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว ที่ต้องคิดวางแผนให้ดี ก็คือเครื่องดื่มชนิดมีแอลกอฮอล์ชนิดและปริมาณของเครื่องดื่ม ในงานเลี้ยงมงคลสมรสไม่ว่าจะเป็นงานค็อกเทล บุฟเฟต์ หรือโต๊ะจีน มักจะมีไวน์แดง เบียร์ และวิสกี้ กับแชมเปญสำหรับดื่มอวยพร นอกจากนั้นเราอาจใช้เหล้าผสมสีสวยๆ วอดก้า จินโทนิก มาร์ตินี่ เบียร์สด พันช์หรืออื่นๆ ได้ตามต้องการ ส่วนบรั่นดีที่มีราคาแพงมาก ไม่จำเป็นนัก ถึงไม่จัดไว้ก็คงไม่มีใครเรียกหาการเลือกชนิดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรคำนึงถึงรสนิยมของแขกส่วนใหญ่ เราควรจะต้องทราบ หรือคาดการณ์ถึงความชอบในการดื่มของแขกที่จะมาร่วมงาน เช่น แขกผู้ใหญ่มักจะนิยมดื่มไวน์ หรือวิสกี้ ส่วนแขกที่อายุน้อยลงมาอาจจะไม่ค่อยดื่มไวน์ แต่จะนิยมวิสกี้ หรือเบียร์สดมากกว่า สำหรับการกะปริมาณ ปกติแขกหนึ่งคนจะหยิบเครื่องดื่มชั่วโมงละหนึ่งแก้ว แต่อย่าลืมว่าแขกบางคนอาจดื่มเฉพาะซอฟต์ดริงก์ และคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ มักเลือกเครื่องดื่มเพียงชนิดเดียวตลอดคืน ไม่นับแชมเปญที่ดื่มอวยพร นอกจากนี้ สำหรับงานค็อกเทล แขกส่วนหนึ่งอาจกลับก่อนงานเลิกเครื่องดื่มหนึ่งขวด รินได้กี่แก้ว แน่นอนว่าต้องขึ้นอยู่กับขนาดของแก้วที่ใช้และปริมาณที่ริน การเสิร์ฟเครื่องดื่มในงานเลี้ยง มักรินน้อยกว่าปกติ ไวน์หนึ่งขวดขนาด 1000 c.c. รินได้ประมาณ 7-10 แก้ว ส่วนแชมเปญหนึ่งขวด อาจรินได้ถึง 12 แก้ว ในขณะที่วิสกี้หนึ่งขวดขนาด 750 c.c. ผสมบางๆจะได้ประมาณ 30 แก้ว แต่ถ้าเป็นเบียร์สดก็จะอยู่ที่ 100 แก้ว / ถังไวน์ขาว Chardonnay ไวน์ขาวรสกลาง ฝาดเล็กน้อย ไม่หวานมาก ไปได้ดีกับอาหารแทบทุกชนิด Sauvignon Blanc ไม่ฝาดเท่า Chardonnay ออกรสสดชื่นเจือกลิ่นผลไม้ เหมาะมากสำหรับงานเลี้ยงกลางสวนในช่วงฤดูร้อน หรือเสิร์ฟในงานแบบค็อกเทล เข้ากันอย่างยิ่งกับอาหารประเภทปลา สลัด และผัก รวมถึงอาหารรสจัด White Zinfandel ไวน์ขาวออกชมพูชนิดนี้ได้รับความนิยมมากในงานแบบค็อกเทล แต่ไม่ค่อยเหมาะสำหรับเวลาอาหารค่ำ เพราะมีรสหวานจัด
ไวน์แดง Merlot ไวน์แดงรสกลางที่คนทั่วไปชอบ และเข้ากับอาหารหลากหลายประเภท Pinot Noir ไวน์แดงรสอ่อน เจือกลิ่นพลัม แบล็กเบอร์รี่ และวานิลลา เหมาะกับอาหารเนื้อ หมู เป็ด ไก่ ครีม และเนยแข็ง CabernetSauvignon ไวน์แดงรสเข้มคลาสสิคเสิร์ฟได้ทั้งแบบเดี่ยวและกับอาหารค่ำ มีกลายระดับราคาให้เลือก Shiraz or Syrah ไวน์แดงสีเข้มสวย หอมแรง รสแหลมแบบเครื่องเทศ เข้ากับอาหารรสจัด Chianti ไวน์แดงรสเบาจากอิตาลี ไปได้ดีกับอาหารหลายชนิด Zinfandel ไวน์แดงสีเข้ม รสแรง เหมาะกับอาหารรสจัด รวมถึงอาหารที่ใส่มะเขือเทศ เนื้อ และบาร์บีคิว แต่ไม่ค่อยเข้ากับเนยแข็งครีม หรือของหวาน
Jean Reno
Jean Reno (ฌอง เรอโน ) เกิดวันที่ 30 ก.ค. 2491 เรอโน เกิดที่คาซาบลังก้า โมร็อกโก เมื่อตอนอายุ 12 ย้ายมาอยู่ฝรั่งเศส และเข้าเรียนที่โรงเรียนการละคร นักแสดงคนโปรดคือ เคิร์ก ดักลาส, มาร์ลอน แบรนโด, เจมส์ ดีน, เฟอร์นันเดล, จูเวต์, บูร์วิล ซึ่งสังเกตได้ว่าเขาจะชอบทั้งหนังอเมริกันและฝรั่งเศส หลังจากที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว ก็เข้าวงการบันเทิงอย่างจริงจัง แต่ถึงวันนี้ก็ยังคบหาเพื่อนสนิทที่เคยเจอในกองทัพอยู่ สำหรับชีวิตส่วนตัวก็หย่ากับภรรยา ซึ่งมีลูกด้วยกัน 2 คนเรอโนมีผลงานภาพยนตร์มากกว่า 20 เรื่อง เป็นทั้งหนังอเมริกันและฝรั่งเศส เริ่มจากหนังใหม่ๆไปหาเก่า Le Cinqiueme element ปี 2540, Les Visiters 2 ปี 2539, Missino Impossible ปี 2539, French Kiss ปี 2538, Le Jaguar ปี 2538, Les Truffes ปี 2537,The Professional Leon ปี 2537, Fight from Justice ปี 2536, The Visitors ปี 2536, La femme Nikita ปี 2534, L’Operation Corned Beef ปี 2533, The Man with the Golden Mask ปี 2533 , The Big Blue ปี 2530, I Love You ปี 2528, Tender Is the Night ปี 2527, Strictement Personel ปี 2527, Subway ปี 2527, Separate Rooms ปี 2526, The Last Battle ปี 2525, La Passante du Sans-Souci ปี 2524, Clair de Femme ปี 2522, และ The Hypothesis of the Stolen Painting ปี 2520
Minister
On 20 July 2007, Ms. Alicia Bárcena, Under-Secretary-General for Management of the United Nations (UN), paid a courtesy call on Mr. Nitya Pibulsonggram, Foreign Minister, at Foreign Ministry on the occasion of her first visit to Thailand as a lead speaker for Regional Seminar on ‘Proposals for Improved Governance and Management of the UN Secretariat.” During her visit to Thailand, Ms. Alicia Bárcena also met with the Thai business sectors.
July 23, 2007
On 20 July 2007, Ms. Alicia Bárcena, Under-Secretary-General for Management of the United Nations (UN), paid a courtesy call on Mr. Nitya Pibulsonggram, Foreign Minister, at Foreign Ministry on the occasion of her first visit to Thailand as a lead speaker for Regional Seminar on ‘Proposals for Improved Governance and Management of the UN Secretariat” on 19 July 2007. The said seminar was one of the events organized by Thailand in the capacity of a country member of the Four Nations Initiative on UN Governance and Management (4 NI) comprising Thailand, South Africa, Chile, and Sweden.
On this occasion, Foreign Minister Nitya extended his welcome to Ms. Bárcena and expressed his appreciation for her kind acceptance to the 4NI’s invitation as one of the lead speakers at its Regional Seminar and the Thai Government’s invitation for a meeting on 20 July 2007 with Thai business sectors. This meeting provided the Thai businessmen an opportunity to learn from her firsthand experience as a person who holds direct responsibility for the UN procurement system on how to conduct business deals with the organization.
Ms. Bárcena responded that it was her great honour to be invited to Thailand and expressed her opinion about the 4 NI that the activities of the group were of great significance and they should be further encouraged. Ms. Bárcena also recommended that Thailand cooperate with other member countries of the 4 NI to provide more information about the group to the General Assembly of the UN which will be held in September 2007.
With regards to her meeting with the Thai business sectors, Ms. Bárcena elaborated that the meeting was greatly satisfactory and the Thai business sectors have great potential and should have been exploited to the fullest. Ms. Bárcena suggested that the business sectors in which Thai businessmen should explore when dealing with the UN include transportation, aircraft, construction, and office equipment. In this connection, Ms. Bárcena was willing to work with the Thai business sectors on the improvement of their potential in the future.
Foreign Minister Nitya and Ms. Bárcena also discussed about the future cooperation between the UN and Thailand as well as ASEAN countries in general. In this connection, Foreign Minister Nitya expressed his view that ASEAN and sub-groups of ASEAN, such as ACMECS, FEALAC and ACD, had great potential in terms of its geographical coverage that not only extends across Southeast Asia but also expands to other regions such as East Asia, South Asia, Australia, and even South America. With this advantage, ASEAN can be a great partner with the UN in several areas of cooperation, especially in the area of infrastructure expansion.
On behalf of the UN, Ms. Bárcena expressed her appreciation to Thailand for its contributions to the UN, particularly on fund contribution and peacekeeping operations. In addition, Ms. Bárcena extended her invitation to the head of the delegation from Thailand to participate in High Level Event on Climate Change to be held by Secretary-General of the UN on 24 September 2007 one day prior to the General Assembly Meeting of the UN.
วันชาติฝรั่งเศส
วัน Bastille คือวันที่ 14 กรกฏาคม เป็นวันที่คุก Bastille:ซึ่งคุมขัง นักโทษทางการเมืองในฝรั่งเศสถูกทำลายโดยพลังประชาชน วันนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ ของการสิ้นสุดการปกครองแบบราชาธิปไตยในประเทศฝรั่งเศส และเริ่มต้นศักราชของ การปกครองแบบสาธารณรัฐเป็นครั้งแรก
ในวันหยุดประจำชาติวันนี้ คือห้วงเวลาที่ประชาชนชาวฝรั่งเศสจะร่วมกันรำลึกถึง การก่อตั้งสาธารณรัฐ อีกทั้งในวันนี้ยังเป็นวันที่เปรียบเสมือนกับรากเหง้าประวัติศาสตร์ ของการเปลี่ยนแปลงการปกครองอันน่าจดจำ ซึ่งลำดับเหตุการณ์โดยสังเขปในครั้งนั้น มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1789 ; บรรดาเหล่าขุนนางในระบอบการปกครอง แบบราชาธิปไตยเปิดประชุมสภาขุนนางทันทีที่ พวกเขาได้ข่าวว่า บรรดาชนชั้นกรรมมาชีพ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของสังคมฝรั่งเศสใน สมัยนั้น เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงการปกครอง ให้เป็นระบอบสาธารณรัฐ รวมทั้งให้มีการ ร่างรัฐธรรมนูญและก่อตั้งรัฐสภาแห่งชาติ20 มิถุนายน ค.ศ. 1789 ; ตัวแทนของคณะก่อการจากชนชั้นกรรมมาชีพ ได้กระทำสัตยาบรรณร่วมกัน ที่เรียกว่า Jeu de Paume ซึ่งจารึกไว้ว่า เหล่าคณะผู้ก่อการจะไม่ แตกแยกกันจนกว่าจะมีการร่างรัฐธรรมนูญเป็น ผลสำเร็จ แนวความคิดของคณะผู้ก่อการ ได้รับการตอบรับอย่างยิ่งยวดจากประชาชนชาว ฝรั่งเศสที่ต้องต่อสู้กับความแร้นแค้น และสภาวะเสื่อมถอยของสังคมในสมัยนั้น ในขณะที่แนวความคิดนี้ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง กับชนชั้นขุนนาง14 กรกฏาคม ค.ศ. 1789 ;เมื่อมีแนวร่วมมากขึ้นทำคณะปฏิวัติ แข็งแกร่งขึ้นทุกขณะ ประชาชนในปารีสได้รวมตัวกันเดินขบวนไปยังคุก Bastille เพื่อ ปลดปล่อยนักโทษทางการเมืองที่มีความเห็นไม่ตรงกันกับบรรดาเหล่าขุนนาง
พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (ฝรั่งเศส:Musée du Louvre อังกฤษ:Louvre Museum) ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสสเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ.2336(ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์คาเปเทียง ตัวอาคารเดิมทีเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชีหรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่ง Antioch
ในปี พ.ศ.2549 พิพิธภัณฑ์ลูฟร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก และยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส
Musée du Louvre
Le musée du Louvre est le plus grand par sa surface (160 106 m² dont 58 470 consacrés aux expositions). Situé au cœur de la ville de Paris, entre la rive droite de la Seine et la rue de Rivoli, dans le Ier arrondissement, le bâtiment est un ancien palais royal. La statue équestre de Louis XIV constitue le point de départ de l'axe historique, mais le palais n'est pas aligné sur cet axe. C'est l'un des plus anciens musées et le troisième plus grand au monde en terme de superficie. Le Louvre possède une longue histoire de conservation artistique et historique de la France, depuis les rois capétiens jusqu'à nos jours.
Ce site est desservi par la station de métro : Palais Royal - Musée du Louvre.
Il abrite plusieurs des plus célèbres tableaux au monde : La Joconde de Léonard de Vinci, La Liberté guidant le peuple, de Eugène Delacroix et Le Serment des Horaces de Jacques Louis David. Avec un record de fréquentation de 8,3 millions de visiteurs en 2006, le Louvre est de loin le musée d'art le plus visité au Monde.
L'histoire de la France a beaucoup marqué l'histoire du Palais du Louvre.
Voir le panorama.
À l'origine du Louvre il y a un château fort, la Grosse tour du Louvre, érigé par le roi Philippe Auguste, en 1190. L'une de ses principales missions est la surveillance de l'aval de la Seine, qui constitue l'une des voies traditionnelles des invasions et razzias depuis l'époque des Vikings. Avec le transfert des biens de l'Ordre du Temple à l'Ordre de l'Hôpital, le Trésor royal précédemment conservé au Temple de Paris est transporté en 1317 au Louvre. Le Louvre est agrandi par Charles V.
Devenue obsolète, la Grosse tour est détruite par François Ier en 1528 et en 1546 commence la transformation de la forteresse en résidence royale luxueuse. Ces travaux sont conduits par Pierre Lescot et se poursuivent sous le règne d'Henri II et de Charles IX. Deux nouvelles ailes sont alors adjointes au bâtiment.
En 1594, Henri IV décide d'unir le palais du Louvre au palais des Tuileries construit par Catherine de Médicis : c'est le « Grand Dessein », dont la première étape est la Grande Galerie.
La Cour Carrée est édifiée par les architectes Lemercier puis Le Vau sous le règne de Louis XIII et Louis XIV, quadruplant la taille de l'ancienne cour de la Renaissance. La décoration et l'aménagement du palais sont alors dirigés par des peintres comme Poussin, Romanelli et Le Brun. Mais tout ceci est brutalement interrompu lorsque Louis XIV choisit Versailles comme centre du pouvoir et résidence royale en 1678. Le Louvre reste alors longtemps tel quel. Ce n'est qu'au XVIIIe siècle que de nouveaux projets, menés notamment par Gabriel et Soufflot, viennent continuer et achever le « Grand Dessein ».
ส่วนผสมสปองจ์แป้งสาลีทำขนมปัง 3 1/2 ถ้วยตวง น้ำ 1 ถ้วยตวง ยีสต์ 1 1/2 ช้อนชา ส่วนผสมโดแป้งสาลีสำหรับทำขนมปัง 1 ถ้วยตวง น้ำเย็น 1/4 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชาเกลือ 1 1/2 ช้อนชา เนยขาว 1 1/2 ช้อนชาวิธีทำ1. ผสมส่วนผสมของสปองจ์ ให้เข้ากันแล้วหมักไว้ 3 ชั่วโมง2. เติมส่วนผสมของโด ยกเว้นเนยขาวลงในแป้งที่หมัก ผสมจนเข้ากันดี3. เติมเนยขาวลงไป นวดแป้งจนเหนียวได้ที่ พักแป้งไว้ประมาณ 15 นาที4. ตัดแบ่งแป้งออกเป็น 3 ส่วน แต่ละส่วนหนัก 270 กรัม ปั้นเป็นรูปหมอน พักแป้งไว้ประมาณ 15 นาที5. คลึงแป้งออกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หนาประมาณ 1/4 นิ้ว ม้วนแบบแยมโรลเป็นท่อนยาวประมาณ 15 นิ้ว วางบนถาดโรยแป้งไว้6. รอให้ขนมปังขึ้นประมาณ 30 นาที หรือขึ้นประมาณ 3/4 ของแป้งที่ขึ้นได้เต็มที่7. ย้ายแป้งออกจากถาดมาวางบนตะแกรงลวด ทาผิวขนมปังด้วยน้ำให้ทั่ว ใช้มีดบั้งเป็นเส้นทแยงมุม 4-5 บั้ง นำเข้าอบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 30 นาที หรือจนกระทั่งผิวแข็งกรอบ นำออกจากเตาอบโด (Dough) หมายถึง ส่วนผสมดิบที่มีลักษณะเหนียว เกิดจากการผสมแป้งของเหลวและส่วนผสมอื่นๆสปองจ์ (Sponge) หมายถึง การเตรียมส่วนผสมขั้นแรกในการทำขนมปังแบบ 2 ขั้นตอน โดยส่วนผสม แป้ง น้ำ ยีสต์ แล้วหมักแป้งโฮลวีทหรือแป้งรำ คือ แป้งที่โม่จากเมล็ดข้าวสาลี ซึ่งล้างสะอาดทั้งเมล็ด และมีส่วนประกอบต่าง ๆ ของเมล็ดข้าวสาลี ในปริมาณตามธรรมชาติครบถ้วน เอ็มเพล็กซ์ (Emplex) เป็นตัวช่วยให้ขนมปังเนื้อนุ่มละเอียด และทำให้เก็บขนมไว้ได้สดนานขึ้น